วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Corruption..solve problem by decentralize and well being both farmers and civil or troop too..then private got punished if they give for their benefit too..good??



Corruption..solve problem by decentralize and well being both farmers and civil or troop too..then private got punished if they give for their benefit too..good??
sugar day

ข่าวประจำวัน
ผอ.เอแบคโพลล์ยอมรับโพลมีคำถามชี้นำ แต่ให้ช่วยแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในสังคมดีกว่า
กรุงเทพฯ 10 ต.ค.-  นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์คำถามสำนักโพลว่าเป็นคำถามชี้นำเรื่องคอร์รัปชั่นที่ระบุว่าคนไทยยอมรับได้ ตนมองว่าในสังคมไทยขณะนี้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความคิดเห็นที่จะนำไปสู่การตัดสินใจมักมีการชี้นำทั้งนั้น คำถามสำนักโพลหากจะมองว่าชี้นำก็เป็นไปได้ แต่อยากให้วิเคราะห์คำถามของเอแบคโพลล์ที่ออกมาในวันนี้ ในถ้อยคำคำถามที่ว่า ท่านยอมรับได้มากน้อยเพียงใดถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ตนเองได้ผลประโยชน์ คนไทยกว่าร้อยละ 68 ยอมรับได้ ขณะที่คำถามเดียวกันนำไปถามคนมาเลเซีย พบว่ากลับต่อต้าน ไม่เอาด้วยกับรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชั่น

ดังนั้น อยากถามกลับไปยังผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมข้อคำถามเดียวกันที่มองว่าเป็นคำถามชี้นำนั้น แต่พบว่าคน 2 ชาติตอบไม่เหมือนกัน อยากให้ผู้วิจารณ์กลับไปอ่านผลสำรวจฉบับเต็ม และหันมาช่วยกันคิดแก้ปัญหาเรื่องทัศนคติเรื่องคอร์รัปชั่นของคนไทยจะดีกว่า ตนถามว่ามีคนไทยสักกี่คนที่กล้าปฏิเสธหากมีเงิน ตำแหน่ง อำนาจมาให้ตรงหน้า แต่มีข้อแม้ว่าต้องคอร์รัปชั่น ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องนี้น่าเป็นห่วง และจะทำอย่างไรจะทำให้คนไทยเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างแท้จริง.  - สำนักข่าวไทย

 


ที่มา : สำนักข่าวไทยMCOT

Peace ,Debt and export...



Not easy to reach Peace but easy to access debt...tough to take best income..high competition..

sugar and rice day...

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Ladies s wombs govern this world....



http://www.youtube.com/watch?v=BFhXa1Tj8VI&feature=player_embedded#!

http://www.punchng.com/news/new-french-president-unveils-his-cabinet-of-beauties/
http://www.thelocal.de/

New French President unveils his cabinet of beauties

New term - President Francois Hollande and Prime Minister Jean-Marc Ayrault with female members of the 34-member cabinet
Carla Bruni has only been out of the Elysee Presidential Palace for a matter of days.
But already a new line-up of glamorous political beauties is threatening to make the French former first lady a distant memory.
Newly sworn in French President, Francois Hollande, on Thursday night unveiled his cabinet, led by a bevy of young and stylish Mademoiselles.
But he might have been left feeling a little bit overshadowed as many of his new female political colleagues towered over him in high heels.
Green party leader Cécile Duflot, 37, now Housing Minister; Aurelie Filipetti, 38, Culture Minister; and Najat Vallaud-Belkacem, 34, as Women’s Rights Minister, walked a catwalk of marble steps as they arrived for the first meeting of the new government.
Film director Yamina Benguigui, who was named Junior Minister for Francophony and French Living Abroad, arrived in six-inch heels and dark glasses.
http://www.thelocal.de/politics/20120523-42699.html

Merkel struggling to coax supporters to CDU

Published: 23 May 12 10:39 CET
Voter confidence in German Chancellor Angela Merkel's ruling party waned drastically last week, a new poll said. The slump is another blow for the Christian Democratic Union, darkening its prospects for next year's election.
In this week's Forsa survey, published in Stern magazine, Merkel's CDU scooped up just 31 percent – their lowest score since October 2011 and four percent less than last week. This represents a marked decline since February, when they were at a secure 38 percent. 

ออง ซาน ซูจี สตรีเหล็กแห่งประชาธิปไตยพม่า

112472
ออ ง ซาน ซูจี  เป็นผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ในประเทศพม่า เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2488 บิดาของเธอคือ นายพล ออง ซาน ผู้นำการเรียกร้องเอกราชของพม่า ซึ่งถูกสังหารเสียชีวิตเมื่อเธอมีอายุเพียง 2 ขวบ. ซูจีได้สมรสกับ ศ.ดร. ไมเคิล อริส อาจารย์สอนวิชาทิเบตศึกษา ที่สถาบันตะวันออก มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ มีบุตรชายสองคน คือ อเล็ก และ คิม ปัจจุบัน ศ.ดร.ไมเคิล อริสได้เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งเมื่อ พ.ศ. 2542. ซึ่งรัฐธรรมนูญล่าสุดของพม่ากำหนดให้ชาวพม่าที่แต่งงานกับคนต่างชาติไม่มี สิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ออง ซาน ซูจี จึงหมดสิทธิ์ลงสมัคร
49ja7bqe
ชีวิตช่วงแรก
ออง ซาน ซูจี เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2488 เธอมีอายุเพียงสองขวบเมื่อบิดาคือนายพล ออง ซาน ถูกลอบสังหาร บิดา คือ นายพลอองซาน ที่ชาวพม่ายกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษเพื่ออิสรภาพของประเทศพม่า” ถูกลอบสังหารเมื่อ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 บทบาทของนายพลอองซานในการนำการต่อสู้กับญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรที่เข้ามายึดครองพม่า ทำให้สหภาพพม่าได้รับอิสรภาพเป็นรัฐเอกราชเมื่อ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2491
ดอว์ขิ่นจี ผู้เป็นภรรยาของนายพลอองซาน ต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรชายหญิง 3 คนโดยลำพังหลังจากสามีถูกลอบสังหาร ซูจีเป็นลูกคนเล็ก และเป็นบุตรสาวคนเดียวของครอบครัว ภายหลังบิดาเสียชีวิตไม่นาน พี่ชายคนรองของเธอประสบอุบัติเหตุ จมน้ำตายในบริเวณบ้านพัก ซูจีและพี่ชายคนโตคือ อองซาน อู เติบโตมากับการเลี้ยงดูของมารดา ที่เข้มแข็ง และความเอื้อเอ็นดูของกัลยาณมิตรร่วมอุดมการณ์ของบิดา
พ.ศ. 2503 ดอว์ขิ่นจี ได้รับการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งทูตพม่า ประจำประเทศอินเดีย ซูจีถูกส่ง เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยม และ เลดี้ ศรีงาม คอลเลจที่นิวเดลี จากนั้นไปเรียนต่อระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ การเมือง และปรัชญา ที่ เซนต์ฮิวส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ระหว่างปี พ.ศ. 2507-2510 ช่วงที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซูจีได้พบรักกับ ไมเคิล อริส นักศึกษาสาขาวิชาอารยธรรมทิเบต
ปีเดียวกันกับที่ซูจีจบการศึกษา ดอว์ขิ่นจี หมดวาระในตำแหน่งทูตประจำประเทศอินเดีย และย้ายกลับไปพำนัก ที่ย่างกุ้ง ซูจี แยกจากมารดาเพื่อเดินทางไปมหานครนิวยอร์ก เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้ คณะกรรมการที่ปรึกษา ด้านการตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณ และการจัดการของสำนักงานเลขาธิการ องค์การสหประชาชาติ ขณะนั้น อูถั่น ซึ่งเป็นชาวพม่า ดำรงตำแหน่งเลขาธิการของ องค์การสหประชาชาติ ในการทำงาน 3 ปีที่นี่ ซูจีใช้เวลาช่วงเย็น และวันหยุดสุดสัปดาห์เป็น อาสาสมัครให้โรงพยาบาล ในโครงการช่วยอ่านหนังสือ และดูแลปลอบใจผู้ป่วยยากจน
aung_san_suyi02
เดือนมกราคม 2515 ซูจีแต่งงานกับ ไมเคิล อริส และย้ายไปอยู่กับสามี ที่ราชอาณาจักรภูฏาน ซูจีได้งาน เป็นนักวิจัยในกระทรวงต่างประเทศของรัฐบาลภูฏาน ขณะที่ไมเคิลมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า กรมการแปล รวมทั้งมีหน้าที่ถวายการสอน แก่สมาชิกราชวงศ์แห่งภูฏาน ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2516-2520 ทั้งสองย้ายกลับมาที่กรุงลอนดอน ไมเคิลได้งานสอน วิชาหิมาลัย และทิเบตศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซูจีให้กำเนิดบุตรชายคนแรก อเล็กซานเดอร์ ในปี พ.ศ. 2516 และบุตรชายคนเล็ก คิม ในปี พ.ศ. 2520 นอกจากใช้เวลากับการเลี้ยงดูบุตรชายทั้งสองแล้ว ซูจีเริ่มทำงานเขียน และงานวิจัยเกี่ยวกับชีวประวัติของบิดาและยังช่วยงานหิมาลัยศึกษาของ ไมเคิลด้วย
พ.ศ. 2528-2529 ซูจี และไมเคิลตัดสินใจแยกจากกัน ระยะหนึ่ง เพื่อแสวงหาความก้าวหน้าทางวิชาการ ซูจีได้รับทุนทำวิจัยจาก ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ในการทำวิจัย เกี่ยวกับบทบาทของนายพลอองซาน ขณะที่ไมเคิลได้รับทุนจาก Indian Institute of Advanced Studies ที่ซิมลา (Simla) ทางภาคตะวันออกของอินเดีย ซูจีพาคิม บุตรชายคนเล็ก ไปญี่ปุ่นด้วย ส่วนไมเคิลพา อเล็กซานเดอร์ บุตรชายคนโตไปอยู่ด้วยที่อินเดีย ปีต่อมาซูจีได้รับทุนจาก Indian Institute of Advanced Studies จึงพาคิมมาสมทบที่ซิมลา ประเทศอินเดีย ต่อมาซูจีที่อยู่ที่ญี่ปุ่นต้องบินไปดูแลมารดาที่เดินทางมารับการผ่าตัดต้อ กระจกตา ที่ลอนดอน
พ.ศ. 2530 ซูจีและไมเคิลย้ายครอบครัวกลับมาอยู่ที่ออกซฟอร์ด ซูจีเข้าศึกษาต่อที่ London School of Oriental and African Studies ที่กรุงลอนดอน เธอกำลังทำวิทยานิพนธ์ ปริญญาเอกเกี่ยวกับวรรณคดีพม่า
ong-san1
ปลายเดือน มีนาคม พ.ศ. 2531 อองซาน ซูจี ในวัย 43 ปี เดินทางกลับบ้าน เกิดที่ย่างกุ้ง เพื่อมาพยาบาล ดอว์ขิ่นจี มารดาที่กำลังป่วยหนัก ในขณะนั้นเป็นช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และมีความวุ่นวาย ทางการเมืองในพม่า กดดันให้ นายพลเนวิน ต้องลาออกจากตำแหน่งประธานพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า (The Burma Socialist Programme Party-BSPP) ที่ยึดอำนาจการปกครอง ประเทศพม่ามานานถึง 26 ปี เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ตอนที่ดิฉันเดินทางกลับมาพม่าเมื่อ พ.ศ. 2531 เพื่อมาพยาบาลคุณแม่นั้น ดิฉันวางแผนไว้ว่าจะมาริเริ่ม ทำโครงการเครือข่ายห้องสมุดในนามของคุณพ่อด้วย เรื่องการเมืองไม่ได้อยู่ในความสนใจของดิฉันเลย แต่ประชาชนในประเทศของดิฉันกำลังเรียกร้อง ประชาธิปไตย และในฐานะลูกสาวของพ่อ (นายพลอองซาน) ดิฉันรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ดิฉัน ต้องเข้าร่วมด้วย”
ประชาชนไม่พอใจต่อระบอบเนวิน โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ นั้นสะสมต่อเนื่อง และรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการประกาศยกเลิกการใช้ธนบัตรมูลค่า 25 จั๊ด 35 จั๊ด และ 75 จั๊ด โดยไม่ยอมให้มีการแลกคืน ในเดือน กันยายน พ.ศ. 2530 ซึ่งทำให้เงินร้อยละ 75 หายไปจากตลาดเงิน นักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งประท้วงด้วยการทำลายร้านค้าหลายแห่ง จนมีเหตุการณ์รุนแรงครั้งสำคัญปะทุขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือน มีนาคม พ.ศ. 2531 หลังเกิดเหตุทะเลาะ วิวาทระหว่างนักศึกษาในร้านน้ำชา และตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ กลุ่มนักศึกษาได้รวมตัวกันประท้วง ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหา แต่ตำรวจกลับใช้ความรุนแรง ตอบโต้ด้วยการยิงใส่กลุ่มผู้ประท้วง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งยังจับกุม นักศึกษานับพันคนไปจากการชุมนุม ก่อให้เกิดความไม่พอใจ ในหมู่นักศึกษาประชาชน และขยายไปทั่วประเทศ มีการประท้วงในพื้นที่ต่างๆ จำนวนมาก จนเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่กดดันให้นายพลเนวินต้องประกาศลาออก
การลาออกของนายพลเนวินใน วันที่ 23 กรกฎาคม ตามมาด้วยการชุมนุม เรียกร้องประชาธิปไตย ของนักศึกษา และประชาชนหลายแสนคนในเมืองหลวงย่างกุ้ง และแผ่ขยายไปทั่วประเทศ ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2531 ประชาชนนับล้านรวมตัวกันในเมืองร่างกุ้ง อันเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่า เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย การประท้วงแผ่ขยายไปทั่วประเทศ ผู้นำทหารได้สั่งการให้ใช้กำลังอาวุธสลายการชุมนุม ทำให้ผู้ร่วมชุมนุมหลายพันคนเสียชีวิต
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2531 ออง ซาน ซูจี เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเป็นครั้งแรก โดยส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปวัน ที่ 26 สิงหาคม ออง ซาน ซูจี ในขึ้นกล่าวปราศรัยเป็นครั้งแรก ต่อหน้าฝูงชนประมาณ 500,000 คน ที่มาชุมนุมกันที่เจดีย์ชเวดากอง ในร่างกุ้ง ซูจีเรียกร้องให้มีรัฐบาลประชาธิปไตย แต่ผู้นำทหารกลับจัดตั้งสภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ (The State Law and Order Restoration Council : SLORC) ขึ้นแทน และได้ทำการปราบปรามสังหาร และจับกุมผู้ต่อต้านอีกหลายร้อยคนวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2531 ออง ซาน ซูจี ได้ร่วมจัดตั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยขึ้น (National League for Democracy: NLD) และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคชีวิตทางการเมืองของนางออง ซาน ซูจี เริ่มต้น นับแต่นั้น
มารดาของซูจี ดอว์ขิ่นจีสิ้นลมใน วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2531 แต่ภารกิจต่อแผ่นดิน เกิดเรียกร้องให้ซูจีเลือกที่จะต่อสู้กับระบอบเผด็จการทหารอยู่บนแผ่นดิน เหนือลุ่มน้ำอิรวดี-สาละวิน
daw_aung_san_suu_kyi
เกียรติยศ และการจองจำ
รัฐบาลเผด็จการใช้อำนาจเผด็จการภายใต้กฎ อัยการศึก สั่งกักบริเวณซูจีให้อยู่แต่ในบ้านพักเป็น ครั้งแรก เวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 ซึ่งต่อมาขยายเป็น 6 ปีโดยไม่มีข้อหา และได้จับกุม สมาชิกพรรคจำนวนมากไปคุมขังไว้ที่ คุกอินเส่ง ซูจีอดอาหารเพื่อประท้วง และเรียกร้องให้นำเธอไปขังรวมกับสมาชิกพรรคคนอื่นๆ เวลานั้นอเล็กซานเดอร์ และคิมอยู่กับมารดาด้วย ไมเคิลจากอังกฤษมาที่ย่างกุ้ง เพื่อเป็นกำลังใจให้ภรรยา ซูจียุติการอดอาหารประท้วงเมื่อรัฐบาลเผด็จการทหารให้สัญญาว่า จะปฏิบัติอย่างดีต่อสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ที่ถูกคุมขังไว้ที่คุกอินเส่ง
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 แม้ว่าซูจียังคงถูกกักบริเวณอยู่ แต่พรรคเอ็นแอลดี ของเธอได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไป รัฐบาลเผด็จการทหารในนามของ “สภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ” ปฏิเสธที่จะถ่ายโอนอำนาจให้แก่ผู้ชนะ แต่ยื่นข้อเสนอ ให้ซูจียุติบทบาททางการเมือง ด้วยการเดินทางออกนอกประเทศ ไปใช้ชีวิตครอบครัวกับสามีและบุตร แต่ซูจีปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว รัฐบาลทหารจึงมีคำสั่งยืดเวลาการกักบริเวณเธอจาก 3 ปี เป็น 5 ปี และเพิ่มอีก 1 ปีในเวลาต่อมา
ong-san
วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2534 คณะกรรมการโนเบลแห่งประเทศนอร์เวย์ ประกาศชื่อ นางอองซาน ซูจี เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขา สันติภาพ ซูจีไม่มีโอกาสเดินทาง ไปรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วยตัวเอง เดือนธันวาคม อเล็กซานเดอร์ และคิมบินไปรับรางวัล แทนมารดาที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ สองพี่น้องเดิน ถือภาพถ่ายของมารดา ขึ้นเวทีท่าม กลางเสียงปรบมือต้อนรับอย่างกึกก้อง อเล็กซานเดอร์กล่าว กับคณะกรรมการและผู้มาร่วมในพิธีว่า “ผมรู้ว่าถ้าแม่มีอิสรภาพและอยู่ที่นี่ในวันนี้ แม่จะขอบคุณพวกคุณพร้อมกับขอร้อง ให้พวกคุณร่วมกันสวดมนต์ ให้ทั้งผู้กดขี่และผู้ถูกกดขี่โยนอาวุธทิ้ง และหันมาร่วมกันสร้างชาติด้วยความเมตตากรุณาและจิตวิญญาณแห่งสันติ”
ซูจีประกาศใช้เงินรางวัลจำนวน 1.3 ล้านเหรียญ จัดตั้งกองทุนเพื่อสุขภาพและการศึกษา ของประชาชนพม่า ต่อมา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ซูจีได้รับอิสรภาพจากการถูกกักบริเวณครั้งแรก
2009327134331
การเคลื่อนไหว
การปล่อยตัวจากการบริเวณนี้ ซูจี ยังคงถูกติดตาม ความเคลื่อนไหว และไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างอิสระ เธอถูกห้าม ไม่ให้ปราศรัยต่อหน้าฝูงชนที่มาชุมนุมอยู่หน้าบ้านของเธอเอง และเมื่อเธอพยายามเดินทางออกจากบ้านพัก เพื่อไปพบปะฝูงชน เจ้าหน้าที่รัฐจะติดตามไปทุกแห่งหน พร้อมกับฝูงชนจัดตั้งจำนวนหนึ่ง ที่พยายามทำร้ายเธอ และเพื่อนร่วมคณะ ซึ่งครั้งหนึ่งฝูงชนจัดตั้งดังกล่าวได้ใช้ก้อนหิน และวัตถุอันตรายอื่นๆ กว้างปาเข้าใส่รถของเธอจนเสียหาย ทั้ง ๆ ที่อยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ซูจี ดำเนินการต่อสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี ด้วยการใช้วิธีเขียนจดหมาย เขียนหนังสือ บันทึกวีดีโอเทป เพื่อส่งผ่านข้อเรียกร้องของเธอ ต่อรัฐบาลทหารพม่า ออกมาสู่ประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง ตราบเท่าที่สามารถทำได้ เดือน กรกฎาคม 2541 ซูจี นั่งประท้วงอยู่ในรถยนต์ ของเธอเองเป็นเวลาห้าวัน หลังจากถูกตำรวจ สกัดไม่ให้รถยนต์ของเธอเดินทางออกจากย่างกุ้งเพื่อไปพบปะกับสมาชิกพรรค สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย เดือนสิงหาคม 2541 ซูจี ถูกสกัด ไม่ให้เดินทางไปพบปะสมาชิกพรรคของเธออีกครั้งหนึ่ง ซูจี ใช้ความสงบ เผชิญหน้า กับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเวลาถึงหกวัน จนเสบียงอาหารที่เตรียมไปหมด เธอถูกบังคับพาตัวกลับ ที่พักหลังจากนั้น
วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ซูจี และสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย จะเดินทางเพื่อไปดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แต่ถูกตำรวจสกัดไม่ให้เดินทางออกพ้นชานกรุงย่างกุ้งซูจี ยืนยันที่จะดำเนินการตามเจตนารมณ์ โดยใช้วิธีเผชิญหน้าอย่างสงบกับตำรวจอยู่ ณ จุดที่ถูกสกัดเป็นเวลาถึง 9 วัน จนถึงวันที่ 2 กันยายน ตำรวจปราบจลาจลร่วม 200 นาย พร้อมอาวุธครบมือ บังคับนำเธอกลับเข้าเมือง
สองสัปดาห์ต่อมา ซูจี พร้อมคณะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านเดินทางไปที่สถานีรถไฟ เพื่อซื้อตั๋วโดยสารทางออกจากเมืองร่างกุ้ง แต่รัฐบาลเผด็จการทหารได้ส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษ ไปควบคุมตัวเธอกลับบ้านพัก พร้อมทั้งวางกำลัง เจ้าหน้าที่ควบคุมจุดต่าง ๆ บนถนนหน้าบ้านพักของนางซูจี ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าพบปะ เยี่ยมเยียนเธอ
aung
ซูจี ถูกกักบริเวณโดยปราศจากข้อกล่าวหาและความผิดอีกเป็น ครั้งที่สอง เป็นเวลา 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2543 และได้รับอิสรภาพ จากการกักบริเวณครั้งนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2545 โดยในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ขณะที่ผู้รักสันติภาพทั่วโลกร่วมกันเฉลิมฉลองวาระครบรอบหนึ่งร้อยปี ของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พร้อมกับฉลองวาระครบสิบปีที่ซูจี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ยังคงถูกจำกัดอิสรภาพอยู่ในประเทศพม่า ไม่มีโอกาสเดินทางไปร่วมพิธีเฉลิมฉลองรางวัลเกียรติยศแห่งชีวิตพร้อมกับผู้ ได้รับรางวัลคนอื่น ๆ
เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างมวลชนจัดตั้ง ของรัฐบาลกับกลุ่มผู้สนับสนุน ซูจีเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ระหว่างที่นางซูจีเดินทางเพื่อพบปะกับประชาชน ในเมืองเดพายิน (Depayin) ทางตอนเหนือของพม่า ทำให้ซูจีถูกสั่งกักบริเวณให้ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านพักอีกเป็น ครั้งที่ 3 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2546
เมื่อวันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2550 คณะสงฆ์และประชาชนที่ได้ร่วมประท้วงรัฐบาลทหารได้เดินทางไปยังบ้านพักนางออง ซาน ซูจี ผู้นำประชาธิปไตยใน พม่า ซึ่งนางอองซานได้ออกมาปรากฏตัวเป็นเวลา 15 นาที โดยการเปิดประตูเล็กของประตูบ้าน พร้อมกับพนมมือไหว้พระสงฆ์ที่กำลังให้พร การปรากฏตัวครั้งนี้นับเป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2546
ที่มา เอ็มไทย.คอม
ติดตามเรื่องราวข่าวสารดีๆได้ที่ www.urrac.com/rangsit














วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

Car for lower economic cost or for high benefit interest for Dealer of nearly bankrupt but hight property ..with no vehicle and chance of more income????



Car hard promotion of tax discount  for lower economic cost inside consumer market or Arrangement of  outlaw high benefit interest for Car Dealer Financial business on  target of impossible nearly bankrupt groups or persons that grab  hight property ..with no vehicle or old potential driven and chance of  more income  zone????
Consumer financial Law and community or institution protecting right law cannot open more chance for professional or skill workers on more  opportunity inside individual or groups  of next income..look like..
Sugar day with confusing on car discount tax policy and bad implication from some bank and non bank interest..
Fund for individual or group possession cannot access loan inside big interest benefit of some banks or non banks..until now..blind policy..look like only protect big stakes holder inside public set market fund or big companies..no way out from accessing investing future inside sweet profit from big rotating world bond and fund...right now and forever...here..

http://edition.cnn.com/TECH/


updated 2 days ago

High-tech help coming for future tornadoes

As the Midwest reels from deadly tornadoes, science is coming to the rescue. New technology promises to extend warning times in hopes of slashing death tolls from future twisters. FULL STORY




























18 แคมเปญเด็ดในงาน มหกรรมรถคันแรก

มหกรรมรถคันแรก FIRST AUTO SHOW THAILAND 2012 (FAST) ซึ่งเปิดงานไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคมนี้ ภายในงาน ทั้ง 18 บริษัทรถใหม่ มีแคมเปญเพื่อคนอยากเป็นเจ้าของรถมากมาย รวมทั้งธนาคารเกียรตินาคินก็จัดให้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถมือสองรับรองคุณภาพอีกด้วย ซึ่งแคมเปญต่างๆ บ้านเมืองยานยนต์ได้รวบรวมไว้มีดังต่อไปนี้
1. โตโยต้า เสนอเงื่อนไข “สบายดี” ข้อเสนอสบายใจสบายกระเป๋า สำหรับ โตโยต้า ยาริส ดาวน์สบายเริ่มต้น 65,280 บาท หรือผ่อนเพียงเดือนละ 4,634 บาท ส่วน โตโยต้า วีออส ดาวน์สบายเริ่มต้น 61,680 บาท หรือผ่อนเพียงเดือนละ 4,378 บาท
2. อีซูซุ ตอบรับนโยบายคืนภาษีรถคันแรก อาทิ Isuzu D-Max V-Cross 3.0 VGS Z-Prestige i-GENii AT 4X4 รับคืนภาษีจากนโยบายรถคันแรก เริ่มต้นตั้งแต่ 10,000-94,000 บาท
3. เชฟโรเลต เอาใจคนรักแบรนด์โบว์ไท จัดแคมเปญทุกรุ่นดาวน์ต่ำสุด 9% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน อีกทั้งเข้าร่วมโครงการรถคันแรก ซื้อ อาวิโอและโคโลราโด รับสิทธิ์คืนภาษีสูงสุดถึง 100,000 บาท
4. เกีย มาพร้อมการปฏิวัติการรับประกันให้นานขึ้นอีกได้ถึง 5 ปี หรือ 150,000 กม. สำหรับรถเกียทุกรุ่น (ยกเว้น K2500) อีกทั้งเสนอเงื่อนไขพิเศษดาวน์ต่ำสุด 10% ผ่อนนานสูงสุดถึง 84 งวด
5. มิตซูโอกะ ส่งรถสุดหรูอย่าง Galue-3 ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 3,850,000 บาท พร้อมรับประกันนานถึง 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
6. ซีตรอง ยนตรกรรมจากเมืองน้ำหอมอวดโฉม DS3 Chic, DS3 So Chic พร้อมด้วยข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 2.45% ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน
7. โฟตอน รถตู้อเนกประสงค์จากแดนมังกร Foton View เปิดราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท
8. เดวา รถบรรทุก 4 ล้อขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่บรรทุกเต็มพิกัด มาพร้อมราคาเร้าใจ 527,000 บาท
9. สโกด้า ตบเท้าเข้าร่วมงานด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ สโกด้า ดาวน์เริ่มต้น 99,000 บาท ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน พร้อมรับประกัน DAD Secure นานสูงสุด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
10. ทาทา จับมือธนาคารธนชาตอัดแคมเปญแรง ซื้อทาทารุ่นไหนๆ ก็ผ่อนสบาย นานสูงสุด 84 เดือน
11 .ฮุนได ยนตรกรรมสัญชาติเกาหลี เปิดจอง The New Hyundai H-1 Deluxe ปี 2012 เป็นครั้งแรก ส่วน All-New Hyundai Sonata Sport รุ่น 2.0G, 2.0S และ The New Hyundai Tucson รุ่น 2.0G 4WE รับแคมเปญพิเศษ ฟรีบำรุงรักษา 4 ปี หรือ 80,000 กม.
12 .นิสสัน ผู้นำอีโคคาร์ มาพร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% Nissan Almera ผ่อนง่ายๆ จ่ายเบาๆ เพียงเดือนละ 4,222 บาท ส่วนอีโคคาร์คันแรกอย่าง Nissan March ผ่อนเพียงเดือนละ 3,999 บาท หรือดาวน์เริ่มต้น 29,999 บาท ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน พร้อมรับสิทธิ์คืนภาษีรถคันแรก
13 .ฟอร์ด เดินหน้ารับนโยบายรถคันแรกมีให้เลือกทั้ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่, ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เฟียสต้า รับสิทธิ์คืนเงินตามนโยบายรถคันแรก สูงสุดถึง 100,000 บาท พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น 1 (ยกเว้นรุ่น Wildtrak)
14. ดีเอฟเอสเค มินิทรัค และมินิแวน อัดแคมเปญเอาใจธุรกิจ SME จองรถทุกรุ่นในงาน ดาวน์เริ่มต้น 15% หรือเลือกผ่อนนาน 72 เดือน พร้อมอวดโฉม V series รถตู้โดยสาร 7 ที่นั่งยอดประหยัดให้ยลโฉมอีกด้วย
15. โปรตอน จัดแคมเปญ “โปรตอนคันแรก” เมื่อซื้อ Proton Saga, Persona, Persona CNG รวดเร็วแบบไม่ต้องรอคืนภาษีนานถึง 1 ปี พร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจด้วยเงื่อนไข ดาวน์ 5% ผ่อนนาน 88 เดือน หรือเลือกดอกเบี้ย 0% ผ่อน 36 เดือน
16. มิตซูบิชิ ส่งแคมเปญลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำมูลค่า 10 ล้านบาท สำหรับ Mitsubishi Triton ดอกเบี้ย 1.79% (เฉพาะรุ่นดับเบิลแค็บ), Mitsubishi Pajero Sport ดอกเบี้ย 1.99% (ยกเว้นรุ่นเบนซิน), Mitsubishi Lancer EX ดอกเบี้ย 1.99% Mitsubishi Lancer ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 ทุกรุ่น
17. ซันยอง จัดข้อเสนอแรงสุด ซื้อรถซันยองทุกรุ่นรับส่วนลดทันที 100,000 บาท พร้อมอวดโฉม Ssangyong Stavic Black Edition เป็นครั้งแรก
18. เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดดเด่นภายในงานครั้งนี้ด้วย SLK 200 BlueEFFICIENCY Sports AMG Roadster, E200 NGT BlueEFFICIENCY ELEGANCE with COMANDE Online อีกทั้งทุกรุ่นรับเงื่อนไขพิเศษ เงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 20% ผ่อนนานสูงสุดถึง 60 เดือน

“มหกรรมรถคันแรก” ครั้งที่ 1 ชวนคนไทยเลือก…คันที่ชอบ ถอย…คันที่ใช่ ได้แล้ววันนี้ – 4 มีนาคม 2555 ณ ไบเทค บางนา หวังปลุกชีพมหกรรมรถโซนตะวันออกกลับมาคึกคักอีกครั้ง แถมข้อเสนอพิเศษสุดจากธนาคารเกียรตินาคิน เอาใจคนอยากมีรถคันแรกโดยเฉพาะ
นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานบริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมรถคันแรก“ครั้งที่ 1 หรือ FIRST AUTO SHOW THAILAND 2012 (FAST) เปิดเผยว่า หลังจากผ่านพ้นวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองไทยไปแล้วเชื่อว่าช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 นี้ ตลาดรถยนต์จะกลับมาเติบโตภายหลังจากผู้บริโภคชะลอการซื้อเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้จัดงานตั้งใจให้งาน ”มหกรรมรถคันแรก” ครั้งที่ 1 เป็นมหกรรมจำหน่ายรถงานแรกของปี เพื่อผู้ที่ต้องการมีรถไว้ใช้งานคันแรก ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถมือสอง
มหกรรมรถคนแรก
มหกรรมรถคนแรก
“สิ่งที่ผู้ชมงานจะได้เห็นจากงานของเรา คือ รถคุณภาพในราคาที่ซื้อได้ โดยในส่วนรถใหม่ แน่นอนว่ารถหลายรุ่นในหลายยี่ห้อได้รับสิทธิ์ตามนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ส่วนรถมือสองนั้นเรามีการยกระดับเรื่องมาตรฐานไปอีกขั้นด้วยการจับมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)นำระบบตรวจมาตรฐานรถมาใช้ ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่ารถที่เลือกซื้อในงานไม่เคยมีอุบัติเหตุชนหนัก หรือ จมน้ำมาก่อน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการจับจองเป็นเจ้าของ” นายพัฒนเดช กล่าว
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ซื้อรถมือสองแล้วเลือกใช้บริการของธนาคารเกียรตินาคิน หลังจากผ่านการตรวจสุขภาพทางการเงิน ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ธนาคารจะมอบประกันคุ้มครองเครื่องยนต์และเกียร์ จาก Asia Care (ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี) พร้อมตรวจสภาพรถฟรีจาก L-Test รวมมูลค่า 12,000 บาท (จำนวนจำกัดเพียง 100 คันแรกเท่านั้น) และพิเศษยิ่งขึ้นสำหรับสำหรับลูกค้าที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งรถใหม่และรถมือสองจากธนาคารเกียรตินาคินมีสิทธิ์ลุ้นรับรถยนต์นิสสัน อัลเมร่า 1 คัน มูลค่ากว่า 489,000 บาท อีกด้วย
มหกรรมรถคนแรก
มหกรรมรถคนแรก
สำหรับรถใหม่ที่เข้าร่วมงานปีนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 18 ยี่ห้อ ประกอบด้วย โตโยต้า อีซูซุ เชฟโรแลต เกีย มิตซูโอกะ ซีตรอง โฟตอน เดวา สโกด้า ทาทา ฮุนได นิสสัน ฟอร์ด ดีเอฟเอสเค โปรตอน มิตซูบิชิ ซันยอง และ เมอร์เซเดส-เบนซ์
ด้านรถมือสองมีเต็นท์รถเสนอขอร่วมงานนี้มา 50-60 ราย แต่เนื่องจากพื้นที่จัดแสดงสามารถรองรับได้จำนวน 20 ราย ผู้จัดงานจึงจำเป็นต้องคัดเลือกเต็นท์รถให้ลงตัวกับสถานที่ โดยรถมือสองที่นำมาจำหน่ายอายุใช้งานนั้นไม่ต่ำกว่าปี 2007
“ผู้ที่มาชมงานนี้นอกจากจะได้เลือกซื้อรถคุณภาพทั้งรถใหม่และมือสองแล้วยังได้เลือกซื้ออุปกรณ์รถยนต์ ประดับยนต์ รวมถึงเครื่องเสียงติดรถยนต์ที่ยกขบวนมาจัดจำหน่ายกว่า 30 ร้านค้า ด้วยโปรโมชั่นที่พิเศษสุดจริงๆ”
มหกรรมรถคนแรก
มหกรรมรถคนแรก
“มหกรรมรถคันแรก” ครั้งที่ 1 มีพื้นที่จัดแสดงงานทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมกว่า 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ภายในอาคารสำหรับรถยนต์ใหม่ 7,550 ตารางเมตร และพื้นที่ด้านนอกอาคารสำหรับรถมือสองกว่า 3,000 ตารางเมตร มีความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะการเดินทางสะดวกสบาย สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีบางนา ประตูทางออก 1 โดยเรามีรถบริการรับ-ส่งมายังบริเวณงาน วันแสดงงาน ในวันธรรมดา เปิดตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. ส่วนวันเสาร์ – อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.
เลือก…คันที่ชอบ ถอย…คันที่ใช่ ในงาน “มหกรรมรถคันแรก” ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2555 ณ ไบเทค บางนา

หลักเกณฑ์การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรกที่สำคัญ ดังนี้คือ ต้องเป็น

1. เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555
2. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1,000,000 บาท/คัน
3. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถยนต์กระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
4. เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
5. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/คัน
6. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
7. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี และ
8. การคืนเงินจะคืนให้เมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป)
ส่วนวิธีการดำเนินงานนั้นกำหนดให้
1. ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
2. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ
3. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ลงในระบบคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน
4. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด ส่งหนังสือรับรองการครอบครองรถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และ
5. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป.